เคล็ดลับ ทาสีบ้าน ให้สวยนาน    วันที่ : 09/11/2018  จำนวนผู้ชม : 22

ความสุขหนึ่งของคนรักบ้านคือ การได้เห็นบ้านสวยเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา และถ้าการเปลี่ยนสีบ้านเป็นอีกแผนหนึ่งที่เราต้องการจะทำ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี มาดูเกร็ดความรู้เพื่อไขข้อสงสัยเรื่องสีทาบ้าน พร้อมคำแนะนำและเทคนิคดีๆในการ ทาสีบ้าน ที่จะช่วยให้คุณเลือกใช้สีได้อย่างถูกต้องและถูกใจ

ผนังปูนเพิ่งฉาบเสร็จต้องทิ้งไว้นานแค่ไหนจึงทาสีได้

พื้นผิวปูนใหม่ต้องทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อยหนึ่งเดือน หรือนานกว่านั้นยิ่งดีเพื่อให้แน่ใจว่าพื้นผิวที่จะทาสีแห้งสนิท(มีความชื้นในผนังน้อยมาก) แล้วจึงทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่น เศษปูนและคราบไขมัน จากนั้นทาน้ำยารองพื้นปูนใหม่ 1 เที่ยวเพื่อช่วยป้องกันความเป็นด่างของปูน และทาสีน้ำอะคริลิกสำหรับงานภายในหรือภายนอกอีก 2 เที่ยวเพื่อความคงทนและสวยงาม

ทาสีทับผนังปูนเดิมที่ผ่านการทาสีมาแล้วได้เลยหรือไม่

ผนังปูนเก่าคือผนังฉาบปูนที่ผ่านการทาสีมาแล้วหรือทิ้งไว้นานแล้ว หากพื้นผิวเดิมอยู่ในสภาพดีก็สามารถทาสีทับได้เลยแต่ถ้าสีเดิมเสื่อมสภาพ มีการหลุดล่อนหรือลูบแล้วเป็นฝุ่น ให้ขัดล้างสีเดิมออกให้ได้มากที่สุดด้วยแปรงพลาสติก(ไม่ควรใช้แปรงลวดเพราะจะทำให้ผนังเป็นรอยหรือเกิดคราบสนิม) พร้อมทั้งซ่อมแซมรอยแตกร้าวด้วยอะคริลิกโป๊ผนัง แล้วจึงทาน้ำยารองพื้น สำหรับปูนเก่า 1 เที่ยวเพื่อช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะ จากนั้นทาสีน้ำอะคริลิกทับหน้าอีก 2 เที่ยว

สีน้ำอะคริลิกมีตั้งหลายชนิดจะเลือกอย่างไรดี

มีข้อพิจารณาง่ายๆ ดังนี้คือ

1. เลือกคุณภาพสี โดยทั่วไปสีจะแบ่งเป็น 3 เกรดคือ เกรดพิเศษ (Premium) อายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไปเกรดมาตรฐาน(Standard)อายุการใช้งานประมาณ 5 ปี และเกรดประหยัด(Economy)อายุการใช้งาน 2 -5 ปี ซึ่งมีราคาแตกต่างกันไปตามคุณสมบัติเด่นเฉพาะตัวของแต่ละผลิตภัณฑ์ แต่ขอแนะนำว่าจะทาสีทั้งทีไม่ควรเน้นแต่สีราคาถูก เพราะทาไปไม่นานก็ต้องมาแก้ไขทาใหม่ให้วุ่นวาย จึงควรใช้สีคุณภาพเกรดพิเศษ หรือเกรดมาตรฐาน แม้จะมีราคาสูงกว่า แต่ก็คุ้มค่าในระยะยาว

2. เลือกคุณสมบัติพิเศษ ปัจจุบันบ้านเรามีผลิตภัณฑ์สีที่มีคุณสมบัติใหม่ๆมากมาย เช่น

  • สีเช็ดล้างทำความสะอาดได้ฟิล์มสีมีความทนทานและไม่ทิ้งรอยด่างภายหลังการทำความสะอาดรอยเปื้อนบนผนังสามารถป้องกันและยับยั้งการเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย จึงเหมาะกับการทาภายในบ้านที่เน้นความสะอาดหรือบริเวณที่เปื้อนง่าย
  • สียืดหยุ่นสูง เหมาะกับงานทาภายนอกบ้านที่ต้องโดนแสงแดดเป็นประจำ หรือใช้ทาภายในเพื่อปกปิดรอยแตกลายงาได้อย่างเรียบเนียน
  • สีกันความร้อน ที่มีคุณสมบัติเหมือนฟิล์มกรองแสงช่วยสะท้อนความร้อน ทำให้บ้านเย็น

และสีที่รวมคุณสมบัติเด่นหลายอย่างมาไว้ด้วยกัน ซึ่งมักมีคำว่า“All”เหมาะกับบ้านที่เน้นการปกป้องเป็นพิเศษ หรือใช้แก้ไขปัญหาหลายอย่างได้อย่างครอบคลุม แต่ราคาก็จะแพงขึ้นตามคุณภาพ

ทาสีทับเฟอร์นิเจอร์ไม้ตัวเก่าเลยได้ไหม

หากสีเดิมอยู่ในสภาพดีก็ให้เช็ดความสะอาดคราบสกปรกต่างๆให้หมดไป แล้วขัดด้วยกระดาษทรายละเอียดเพื่อแต่งผิว จากนั้นทาสีทับหน้าได้เลย แต่ถ้าสีหรือน้ำยาเคลือบผิวลอกล่อนเพราะเสื่อมสภาพหรือเคยทาสีทับมาแล้วหลายครั้ง ให้ลอกสีหรือน้ำยาเคลือบผิวเดิมออกก่อนเพื่อให้พื้นผิวมีความเรียบสม่ำเสมอ แล้วจึงทำสีหรือเคลือบผิวใหม่

การลอกสีแบบง่ายๆทำได้ 2 วิธีคือ ใช้เกรียงขูดสีหรือขัดด้วยกระดาษทราย และการลอกด้วยสารเคมี(น้ำยาลอกสี)ซึ่งสะดวกรวดเร็วกว่า แต่ก็ต้องระมัดระวังในการใช้สารเคมีดังกล่าว เพราะมีฤทธิ์กันกร่อนรุ่นแรง ดังนั้นควรอ่านคำแนะนำของผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดก่อนใช้ ซึ่งมีเทคนิคการลอกสีดังนี้

1. ทาน้ำยาลอกสีด้วยแปรงเก่าทิ้งไว้ราว 5-10 นาที ทั้งนี้ควรสวมเสื้อแขนยาว แว่นตาป้องกันและถุงมือยาง เพื่อป้องกันสารเคมีซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวหนัง

2. ใช้เกรียงขูดสีที่ลอกออกมาให้หมด หากส่วนใดขูดไม่ออกให้ทาน้ำยาซ้ำทิ้งไว้ 8-10 ชั่วโมง

3. ล้างน้ำยาออกด้วยน้ำผสมผงซักฟอก เช็ดและทิ้งไว้ให้แห้งสนิท

4. จากนั้นทำสีใหม่เพื่อช่วยรักษาเนื้อไม้ ถ้าต้องการอวดลายพื้นผิวแบบธรรมชาติ ควรเลือกฟิล์มสีชนิดด้าน แต่ถ้าอยากให้ลายไม้ดูเหมือนใหม่ตลอดเวลา ให้เลือกฟิล์มสีชนิดเงาหรือกึ่งเงา และถ้าไม้มีรอยด่าง หรือตาไม้ที่ไม่สวย ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สีย้อมไม้ จะช่วยให้ไม้มีสีเข้มขึ้นตามเฉดสีที่ต้องการ

บทความอื่นๆ ในหมวด :